สวัสดีค่ะ
เมื่อพูดถึงขนมที่มือใหม่หัดทำขนมหลายคน คิดอยากจะลองในใจ นอกจากคุกกี้ และขนมไม่ต้องอบทั้งหลาย อีกหนึ่งขนมที่ได้ชื่อว่า เหมาะมาก สำหรับการเริ่มต้นทำขนม เห็นจะเป็นเจ้าขนมชิ้นสี่เหลี่ยม สีน้ำตาลเข้ม กรุ่นกลิ่นช็อกโกแลต ที่ไม่ต้องแต่งหน้า แต่ถ้าอร่อยขึ้นมา ตัดทานตอนยังอุ่นๆ โปะไอศครีมรสวานิลลาสีเหลืองทองสักลูก ก็อร่อยเกินใครจะห้ามใจไหว
 
แน่นอนว่า นั่นคือ "บราวนี่" ค่ะ
 
เนื้อของบราวนี่มีหลายแบบ ทั้งแบบเนื้อสัมผัสค่อนไปทางเค้กหน่อย บางคนก็อาจจะชอบให้มีรสช็อกโกแลตเข้มข้น เยิ้มนิดๆภายใน สำหรับเรา เราชอบเนื้อบราวนี่ที่รสเข้มข้น เป็นบราวนี่แป้งน้อย ช็อกโกแลตหนักๆ แต่ไม่ถึงขั้นตัดแล้วเยิ้มออกมา เราชอบให้มันยังคงรูปอยู่ได้ค่ะ
 
นอกจากนี้อีกอย่างที่คุณสามารถสร้างสรรค์ให้เจ้าขนมช็อกโกแลตเนื้อนุ่มนี้ เห็นจะเป็นการใส่หน้าต่างๆเข้าไป บางคนชอบบราวนี่เฉยๆ ไม่มีหน้า แบบว่าออริจินัลสุดๆ บางคนอาจจะชอบให้โรยถั่วเพิ่มเทกซ์เจอร์และกลิ่นหอมของอัลมอนด์ วอลนัท หรือฮาเซลนัทลงไป บางคนเลือกรสชาดหวานๆของช็อกโกแลตหลายแบรนด์อย่าง m&m หรือ ferrero rocher บางคนอาจจะโรยหน้าด้วยโอรีโอ้ 
และอีกสารพัดวิธีที่คุณจะทำให้บราวนี่ของคุณกลายมาเป็นสวรรค์แห่งความสร้างสรรค์ ที่เต็มไปด้วยไอเดีย และรสชาติแปลกใหม่ 
 
สูตรบราวนี่ที่เราตั้งใจจะเขียนถึงวันนี้ เป็นสูตรบราวนี่รสเข้มข้น ที่ไม่ใช้ช็อกโกแลตบาร์หรือช็อกชิพ! ใช้เพียงผงโกโก้ แต่ไม่น่าเชื่อว่า เพียงแค่ผงโกโก้ จะทำให้ได้บราวนี่เนื้อฟัดจ์เข้มข้น หวานน้อย และอร่อยฝุดๆ ได้ขนาดนี้ สูตรนี้เราได้มาจากสูตร Simply perfect brownie ของ baking a moment 
แน่นอนว่าชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าง่ายมากกกก ใช้ชามใบเดียว ไม่ต้องใช้เครื่องตี ไม่ต้องเอาไข่ออกมารอนอกตู้เย็น 
 
ง่ายกว่านี้ไม่มีแล้วล่ะค่ะ
 
เราลดน้ำตาลในสูตรลงนิดหน่อยเพื่อให้เข้ากับรสชาดสไตล์ที่เราชอบ คือหวานนิดๆ แต่ไม่หวานแสบคอ ไม่ต้องทานไปพร้อมนมสด หรือกาแฟร้อน ทานเปล่าๆได้เลยไม่เลี่ยน 
และเราเพิ่มในส่วนของอัลมอนด์สไลด์เพื่อแต่งหน้า และเพิ่มเทกซ์เจอร์ให้บราวนี่สูตรนี้ ให้กลายมาเป็น Easy Fudgy Almond Brownies ถ้าใครอยากได้ original recipe เชิญได้ตามลิงค์ด้านบนนะคะ
 
พร้อมแล้วมาดูส่วนประกอบของเจ้า Easy Fudgy Almond Brownies ของเรากันค่ะ
 
สำหรับ: ถาดขนาด 9x13 นิ้ว (ตามในบล็อคต้นฉบับ) ส่วนตัวเราใช้ 9x9 ได้หนาขึ้นมานิดหน่อย ถ้าอยากได้หนามาก สามารถเพิ่มสูตรอีก 1 เท่าแล้วอบในถาดขนาด 8x8 ค่ะ แต่ตอนเราลองทำแบบ double สูตรเราว่ามันออกจะหนาไปนิด ทานลำบาก จุกมาก ฮ่าๆๆ ยังไงก็แล้วแต่ชอบนะคะ แต่เราแนะนำ 9x9 / 9x13 และไม่เพิ่มสูตรค่ะ
 
ส่วนประกอบ
  1. เนย 283.5 g (ประมาณ 1 1/4 ถ้วย)
  2. น้ำตาลทรายขาว 2 ถ้วยตวง
  3. ผงโกโก้ 1 3/4 ถ้วย
    • (ผงอารมณ์แบบโกโก้ตราเฮอร์ชี หรือนางพยาบาล ไม่ผสมน้ำตาล เป็น dark cocoa เลยนะคะ ที่สเปนเราใช้ยี่ห้อ valor ค่ะ)
  4. เกลือ 1/2 ชช 
  5. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย
  6. วานิลลา 1 ชช
  7. ไข่ 4 ฟอง (เย็น) 
  8. อัลมอนด์สไลซ์ (มีหรือไม่มีก็ได้) ปริมาณตามชอบ

วิธีทำ

  • วอร์มเตาอบที่ 160c และนำหม้อใบใหญ่ใส่น้ำประมาณ 2/3 ของหม้อ ตั้งไฟ ให้พอเริ่มเดือด (เริ่มมีฟองอากาศไม่ต้องเดือดพล่าน) 
    •  (ในบล็อคต้นฉบับใน 3/4 แต่เราว่ามันเยอะไปมาก ถ้าร้อนแล้วคุณใช้หม้อใบเล็ก ซ้อนเพื่อทำ double boiled โดยไม่ใช้ชามแสตนเลส จะน้ำร้อนจะกระเด็นลงไปในส่วนผสมได้ค่ะ
  • เตรียมพิมพ์ ทาเนย และปูกระดาษไข พักไว้ในชามสแตนเลส หรือภาชนะใหญ่พอสมควรที่ทนความร้อน ใส่เนย น้ำตาล โกโก้ และเกลือลงไป นำไปวางซ้อนในหม้อที่มีน้ำร้อนอยู่แล้ว ลดไฟให้เหลือไฟกลาง-อ่อน น้ำจะได้ไม่เดือดพล่าน ค่อยๆใช้สปาตูล่าผสมส่วนผสมแห้งทั้งหมดให้เข้ากัน ตอนแรกจะดูเป็นของแข็ง ให้ค่อยๆบี้เนยให้ผสมกับส่วนผสมอื่น รอจนกระทั่งส่วนผสมทั้งหมดร้อน เนยละลาย จะได้ช็อกโกแลตข้นๆ ที่เป็นมันวาวและเนื้อเดียวกัน ให้ยกลงค่ะ
อันนี้คือภาพตอนส่วนผสม คลุกเคล้ากับเนยเข้ากันดี และกำลังรอเนยละลายค่ะ พอละลายแล้วจะเหลว และมันวาวขึ้นแบบรูปด้านล่าง
 

 

  • ในชามใบเดิม ใส่วานิลลา คนให้เข้ากัน
  • ตอกไข่ใส่ลงไปทีละฟอง พอใส่ไข่ 1 ฟอง ให้ใช้ตะกร้อมือตีเร็วๆให้เข้ากันดี ทำทีละฟองจนครบ 4 ฟอง 
 ตอกไข่ลงไปทีละฟอง แล้วตีไวๆ ให้เข้ากัน จะเห็นว่าส่วนผสมเหลวขึ้นและมันวาว
  • เสร็จแล้วใส่แป้งลงไป คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน 
  • เทลงพิมพ์ แล้วนำเข้าอบประมาณ 30-40 นาที แล้วแต่เตาอบ 

สุดท้ายแล้วจะได้ส่วนผสมที่ผสมแป้งแล้วออกมาข้นนิดๆแต่ไม่หนาหนักมาก ค่อนไปทางของเหลวข้นๆ มากกว่าจะเหนียวแบบแป้งโดว์อะไรแบบนี้นะคะ ไม่ต้องใช้เครื่องตีเลย ใช้มือคนให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน เป็นอันเสร็จพิธีค่ะ

  • เนื่องจากอบยาวนานมาก เรากลัวอัลมอนด์สไลซ์บางๆจะไหม้ เราเลยนำส่วนผสมเข้าอบก่อนประมาณ 15 นาที แล้วค่อยหยิบออกจากเตาอบ ตอนที่ขอบเริ่มเซตตัว แต่ส่วนกลางยังเหลว มาโรยอัลมอนด์อย่างรวดเร็ว แล้วนำกลับไปอบอีก 25 นาที
  • รอจนกระทั่งใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มแล้วมีเศษขนมติด (อาจจะมีเศษติดเล็กน้อย หรือเป็นคราบช็อกโกแลตนิดหน่อย แบบหลังจะได้เนื้อแบบ fudge กว่า แต่ถ้าติดส่วนผสมเหลวขึ้นมา (เหลวเหมือนตอนก่อนอบ) แสดงว่าด้านในยังไม่สุกนะคะ) อย่ารอจนกระทั่งไม้จิ้มฟัน ไม่มีเศษขนม เพราะแสดงว่าบราวนี่สุกเกินไป บราวนี่จะออกมาสุกต่อภายนอกเตาอบ ถ้าเอาออกตอนไม่มีเศษขนมติดแล้ว บราวนี่จะแข็งค่ะ

  • รอให้ขนมคลายความเย็น พักไว้บนตะแกรง ประมาณ 30-40 นาทีแล้วค่อยตัด ถ้าอยากให้ตัดเรียบสวย จะนำไปแช่เย็น 1 คืน แล้วค่อยตัดก็ได้ค่ะ แต่เราทนไม่ไหว ตัดทานเลย ฮ่าๆๆๆ

เสร็จเรียบร้อยแล้ว ในชาม 1 ใบ ไม่สกปรกและวุ่นวายอย่างที่คิดด้วย

ให้ดูเนื้อกันชัดๆค่ะ ว่าเข้มข้น เนื้อฟัดจ์ แน่น หนึบ อร่อยเข้มๆ ส่วนผิวหน้ายังคงความกรอบเอาไว้ มีฟิล์มช็อกโกแลตบางๆด้วย สุดๆไปเลยค่ะ

จะนำไปวอร์มให้อุ่นนิดๆ ก่อนทานกับไอศครีมวานิลลาก้อนโตสักลูก หรือจะตีวิปปิ้งครีมกับมาสคาโปน แต่งรสให้หวานอ่อนๆ วิปครีมเนื้อเบา เนียนนุ่ม หวานนิดๆตัดกับบราวนี่เข้มข้นสักชิ้น อร่อยจุใจเลยค่ะ

ทิ้งท้ายกันด้วยภาพของว่างเวลาตีสองของเราค่ะ (อารมณ์ว่าทำเสร็จตอนเที่ยงคืน แล้วอดไม่ไหว ขอกินสักชิ้นก่อนนอน อิอิ ท้าทายตาชั่งมากๆ 

พบกันใหม่บล็อคหน้าค่ะ 

อีกช่องทางในการติดตามบล็อค: ความสุขเคลือบน้ำตาล

Instagram: sugarcoated_happiness

พูดคุยกับเมล่าที่: mela.sugarocatedhappiness@gmail.com

 

Comment

Comment:

Tweet

@mybleach ขอบคุณที่แวะมานะคะ big smile ยกให้สองชิ้นเลยเอ้า question

#2 By sugarcoatedhappiness on 2015-07-02 18:05

น่ากินมากเลยค่ะ

#1 By bam on 2015-07-01 20:15