1 ปี "ความสุขเคลือบน้ำตาล"

posted on 25 Jul 2015 00:50 by sugarcoatedhappiness in Anappleaday directory Food, Diary
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เมื่อสักครู่นี้ตอนนั่งดู stat ในบล็อค เราพบว่า วันนี้ (25 กรกฎาคม) คือวันครบรอบ 1 ปี ที่เราเริ่มต้นเขียนบล็อค sugarcoatedhappiness "ความสุขเคลือบน้ำตาล" แล้ว เลยคิดว่าอาทิตย์นี้เราควรจะต้องเขียน entry พิเศษครบ 1 ปี เพื่อมองย้อนกลับไปถึงเส้นทางการเขียนบล็อคนี้ของตัวเองว่า 365 วันที่เปิดบล็อคนี้มา เราได้อะไรจากบล็อค และบล็อคให้อะไรกับเรา
 
ก่อนจะข้ามไปเล่าเรื่องอื่น เราอยากขอบคุณทุกๆคน ทุกๆคลิก ทุกๆ bookmark และทุกๆคอมเม้นท์ที่เข้ามาในบล็อคนี้ (ถ้า stat exteen ไม่ได้หลอกเรา ถถถ) หนึ่งปีที่ผ่านมานี้ ไม่นับช่วง ตค. - ธค. 57 ที่ไอพีต่างประเทศโดนบล็อค เราได้ห็นยอดวิวที่มากเกินกว่าที่คาดไว้พอสมควร อาจจะไม่ได้ถล่มทลายหลายหมื่น แต่สำหรับคนที่ตอนแรกตั้งใจจะบันทึกเรื่องราวการทำอาหารและการกินของตัวเองในปีสุดท้ายก่อนจะจากสเปนไป โดยไม่คิดว่าจะมีใครสนใจ เราพูดตามตรงว่า เราดีใจทุกๆครั้ง ที่เห็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นในแต่ละเดือน และปลื้มใจมากที่ครั้งหนึ่งตอบคอมเม้นท์คุณคนหนึ่ง แล้วเมื่อคลิกตามไปดูบล็อคของเขา สายตาได้พลันไปเห็นว่า ทางแถบ favorites มีชื่อบล็อคเราอยู่ในลิสต์นั้น มันทำให้เรารู้สึกว่ามีเพื่อนสนิทที่ติดตามเรื่องราวของเราอยู่ประจำ และมีกำลังใจที่จะเขียนบล็อคต่อไป
 
ขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณ เพื่อนๆคนอ่าน ทั้งที่เคยเม้นท์และไม่เคยเม้นท์ คนที่อ่านประจำและบังเอิญผ่านมาทุกๆคน
ขอบคุณมากๆนะคะ 
 
ในวันนี้ เราตั้งใจอยากให้ entry นี้ทำให้เราและเพื่อนๆที่แวะมาบล็อคนี้รู้จักกันดีขึ้น (สำหรับใครที่กำลังที่คิดจะหาสูตรอาหาร สัปดาห์นี้เรามีช็อกโกแลตลาวามาฝาก ติดตามได้ ที่นี่ ค่ะ)
 
เราไม่รู้ว่าเพื่อนๆ เป็นเหมือนเราไหม แต่ 3-4 ปีที่แล้ว เราหารีวิวร้านอาหารร้านหนึ่ง แล้วบังเอิญเข้าไปอ่านในบล็อคๆหนึ่งโดยบังเอิญ ไม่ใช่บล็อคอาหาร แต่เป็นบล็อคที่คุณแม่คนหนึ่งตั้งใจจะเขียนให้ลูกสาวอ่านตอนโต หลักๆ จะพูดถึงเคล็ดลับการเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก บางทีคุณแม่ก็รีวิวร้านอาหาร หรือที่พักที่ตัวเองได้พาลูกสาวไปเที่ยว
 
แม้ว่าความตั้งใจเดิมคือการหารีวิวร้านอาหาร ท้ายที่สุด เราลงเอยเป็นแฟนคลับเด็กหญิงตัวน้อยของคุณแม่นักเขียนไปโดยปริยาย เพราะติดใจในสำนวนการเขียนและวิธีการเล่าเรื่องประการหนึ่ง และประการหนึ่งคือความรู้สึกเพลิดเพลินในการได้ติตตามชีวิตจริงไม่อิงละครของเด็กหญิงคนหนึ่งและแม่ของเธอ เรา bookmark บล็อคที่ว่าและเข้าไปอ่านเรื่อยๆ จนในที่สุด คุณแม่คนที่ว่าก็ค่อยๆเลิกเขียนไปทำธุรกิจ แต่โชคดีที่เรามีโอกาสได้เจอเธอตัวเป็นๆครั้งหนึ่ง ได้คุยกันและเรารู้สึกว่ามิตรภาพออนไลน์ก็สวยงามได้ในรูปแบบของมัน 
 
เราอยากให้คนที่บังเอิญมาเจอบล็อค "ความสุขเคลือบน้ำตาล" ของเรารู้สึกว่า เรากำลังอ่านเรื่องกินๆของเพื่อนคนหนึ่งที่ชอบทำอาหารและบ้าการกิน เพื่อนคนหนึ่งที่อยู่ไกลออกไปอีกทวีปหนึ่ง มากกว่าจะเป็นการอ่านรีวิวร้านอาหารของนักชิมมืออาชีพ หรือสูตรอาหารของพ่อครัวคนดัง... เสน่ห์อย่างหนึ่งของบล็อคสำหรับเรา คือ การมีชีวิตจริงปะปนอยู่ในนั้น คนทำก็คนธรรมดา คนอ่านแล้วเอาไปทำตามก็คนธรรมดา ไม่มีใครมืออาชีพ ทุกคนล้มเหลว ทุกคนอุปกรณ์ไม่พอ ... ฯลฯ
 
อย่างที่เคยเขียนไปใน entry แรกเมื่อปีที่แล้ว เราตั้งใจจะเขียนบล็อคเพื่อบันทึกเรื่องราวปีสุดท้ายก่อนกลับไปอยู่ไทยถาวร และถ้ายังมีเวลา หลังจากเริ่มทำงาน เราก็ตั้งใจจะบล็อคต่อไปเรื่อยๆ เราพบว่าการเขียนบล็อค ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างเพิ่มขึ้น รวมไปถึงเป็นการบันทึกเรื่องราวที่อีกหน่อย เรากลับมาอ่าน คงจะได้อมยิ้มไปกับมัน
 
หนึ่งปีที่ผ่านมา นอกจากความอิ่มเอมใจที่ได้เห็นว่าสิ่งที่ตัวเองตั้งใจเขียนมีคนอ่าน และบล็อค exteen ได้ให้โอกาสบล็อคเล็กๆของเรา ติดหน้าแรกในหลายโอกาส เราพบว่าบล็อคเป็นโลกอีกใบของเรา โลกที่เราได้ทำขนม ได้เขียนเรื่องที่เราสนใจมากๆ แต่ไม่มีโอกาสได้ทำงานเกี่ยวกับมันในชีวิตจริง เราพบความสุขและความเป็นตัวเองในนั้น 
 
ถ้าถามเราว่าทุกครั้งที่เราทำขนมลงบล็อค ในหมวด recipes นี่เราทำรอบเดียวแล้วถ่ายรูปหรือเปล่า ก็คงต้องตอบว่าไม่ใช่ บางที เราทำแล้วรสชาติไม่ได้ ผิวสัมผัสไม่โดน บางทีหนักเข้าหน่อยคือ เจ๊งเลย เราก็มักจะทำใหม่ จนกว่าจะได้แบบที่พอใจจริงๆ แบบที่เรารู้สึกว่า เออ นี่สิ ขนมแบบนี้สิที่ทำแล้วไม่อายใคร เราเลยพยายามจะใส่ข้อควรระวังอะไรทั้งหลายลงไปใน entry ในหมวดนี้ เพราะนี่คือ สิ่งที่เรารู้สึกว่าคนที่หาสูตรอาหารในเน็ตน่าจะต้องการ คือการไขข้อสงสัย หรือบอกข้อควรระวัง จะได้ไม่ต้องทำแทบตาย ออกมากินไม่ได้ ทิ้งทั้งถาด แบบที่เราเคยเป็นมา (และบางทีก็เป็นบ่อยๆ)
 
ส่วนบล็อคอาหารสเปน (spain-a-la-carte) เป็นอะไรที่เราตั้งใจจะเขียน เพื่อหาความรู้ให้ตัวเอง และเผื่อว่าจะเป็นทางเลือกให้กับผู้คนที่สนใจในดินแดนกระทิงดุ อันเต็มไปด้วยอารยธรรมเรื่องราวนี้ได้อ่านกัน เพราะเรารู้สึกว่าที่เมืองไทย ความสนใจในอาหารสเปนยังน้อย ยังไม่เท่ากับพวกอาหารอิตาเลี่ยน ฝรั่งเศสที่คนไทยจะคุ้นเคยกันมากกว่า เรารู้สึกว่าจริงๆแล้วอาหารสเปนมีอะไรที่ขายได้ ในวัฒนธรรมการกินของคนไทยอีกเยอะ ก็เลยตั้งใจเขียนมากเป็นพิเศษ เพราะอย่างที่เคยเขียนไปหลายๆครั้งในบล็อคว่า เราอยู่สเปนมานานมากกกกก นานพอที่จะเรียกว่าเป็นบ้านหลังที่สอง แอบอยากให้มีคนสนใจ กลับไทยจะได้หากินได้ง่ายๆ อุคริ :D
 
ท้ายที่สุดนี้ อยากจะขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกๆไลค์ ทุกๆคอมเม้นท์ ที่ทำให้คนเขียนคนนี้ ไม่ได้พูดคนเดียว แบบที่ไม่มีคนฟัง ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังนะ รู้ป่าววว :P
 
ถ้าคุณอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ เราแอบอยากรู้เบาๆว่า คนอ่านของเราเป็นใครบ้าง ไม่ต้องลงชื่อด้วย account หรือใส่ชื่อจริงก็ได้ค่ะ แค่บอกว่า อ่านจากที่ไหน และถ้ามีเวลาจะบอกว่า เข้ามาเจอบล็อคของเราได้ยังไง หรืออยากให้เราเขียนอะไร ปรับปรุงอะไรในส่วน content ก็ได้ค่ะ 
เราจะได้รู้จักกันมากขึ้นเนอะ
 
สำหรับตัวเรา เราชื่อเมล่า ตอนนี้เรียนจบที่สเปนแล้ว กำลังจะกลับไปเมืองไทย จริงๆชอบทำขนมมากกว่าอาหาร แต่พักหลังๆ เหมือนจะได้ทำอาหารมากกว่าขนม ฮ่าๆ ใจจริงอยากเป็นนักเขียน และความที่ชอบของกิน เลยอยากเขียนเรื่องกินๆของตัวเอง กลับไทยยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร แต่ถ้ารู้ ก็คงจะเล่าปริบๆปรอยๆให้เพื่อนๆฟังแหละ ว่าไปทำอะไรแล้ว 
 
เล่าอะไรอีกดี ในชีวิตจริง เป็นคอกาแฟ และนักตามล่าของหวาน (โดยเฉพาะของหวานที่ผสมผลไม้ลงไปด้วย) ถ้าไม่ได้กาแฟตอนเช้า จะไม่ตื่นไปทั้งวัน เสพติดกาแฟลาเต้ แบบไม่ใส่น้ำตาล จริงๆเป็น lactose intolerance (แพ้น้ำตาลแล็กโตสที่อยู่ในนม และอาหารที่ทำจากนม) แบบอ่อนๆ แต่มักจะดันทุรังกินลงไป เดชะบุญที่สเปนมีนมหลายแบบ ชีส โยเกิร์ต และครีมแบบไม่มีน้ำตาลแลกโตส เอาใจคนแพ้กันสุดๆ ชีวิตทำอาหารของเราเลยไม่ยากนัก แต่ต่อให้ยาก ถ้าไม่ได้กินมากๆ เราก็ยังโอเคนะ ไม่ได้ป่วยอะไรมาก นอกจากนั้นก็เป็นตัวกินกุ้ง และอาหารทะเลทั้งหลายทั้งปวง โป๊ะเชะ ตอนที่ได้มาอยู่สเปน เลยกินได้เปรมไป :D
 
ถ้าถามว่าอาหารที่เราชอบคืออะไร เราคงตอบว่า สเปน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่นและเปรู อาหารไทยไม่นับ เพราะสำหรับเรา อาหารไทยอร่อยที่สุด และอาหารไทยคือบ้านอยู่แล้ว
 
กินแหลกขนาดนี้ นอกจากนมที่กินได้บ้างไม่ได้บ้าง ต้องบอกว่า เราไม่กินแกะ แพะ กระต่าย เป็นมนุษย์จมูกไว ชอบได้กลิ่นสาปจากสัตว์แปลกๆ ไม่กินเนื้อดิบ จำพวก steak tartar แต่กินซูชิได้สบายมาก อย่างที่บอกไว้ว่าเป็นคออาหารทะเล
 
นอกจากนี้ก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ชอบทะเล ชอบแม่น้ำ ชอบเดินทางท่องเที่ยว เพื่อไปกินและเห็นอะไรใหม่ๆ มีโรคประจำตัวที่ทำให้สมบุกสมบันมากไม่ได้ แต่ชอบหนีไปเที่ยวคนเดียวอย่างน้อยปีละครั้ง :D รู้สึกว่าการไปเที่ยวคนเดียว ทำให้ได้เห็นอะไรที่ปรกติไม่เคยได้เห็น 
 
เคยเสพติด social media มาก แต่ทุกวันนี้เล่นแต่ IG @  sugarcoated_happiness กับบล็อคนี่แหละ ไม่ได้เล่น facebook มาพักนึง คิดว่ากลับไทยไป คงได้กลับไปเล่นอีกครั้ง 
 
ในชีวิตที่กำลังจะเปลี่ยนแปลง และกำลังจะได้กลับไปอยู่บ้าน หวังว่าอีก 1 ปีข้างหน้า จะยังได้เขียนบล็อคนี้อย่างสม่ำเสมอ และยังมีคนอ่าน เพราะปีที่ผ่านมา เราทำตามความตั้งใจที่เขียนใน New Year Resolution ได้ว่าจะบล็อคให้ได้อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งโดยเฉลี่ยได้สำเร็จ และหวังว่าจะคงความตั้งใจไว้ได้ 
 
หลังจากเริ่มทำงาน ก็หวังว่าจะได้ทำอาหารไปเรื่อยๆ เขียนเรื่องกินๆ ไปเรื่อยๆ มีเงินเก็บ (สำคัญนะเนี่ย) มากพอที่จะทำให้เราได้เดินทางท่องเที่ยว อย่างน้อยปีละครั้ง ในเปิดโลกใหม่ๆ ไม่สิ้นสุด
 
ขอบคุณจริงๆ สำหรับ 1 ปีที่ผ่านมานี้
และอย่างที่บอกไปข้างต้นว่า ถ้ามีเวลา เราแอบอยากรู้ว่า คนอ่านของเรามาจากที่ไหน ไม่ต้องลงชื่อ ไม่ต้องบอกอายุ ไม่ต้องใส่ account ก็ได้ค่ะ 
 
ด้วยรัก,
เมล่า
email: mela.sugarcoatedhappiness@gmail.com
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

@piyanar จำได้ว่าคอมเม้นท์แรกๆมาจากคุณ ปิยะ99 นี่แหละค่ะ อิอิ
แวะไปมาแล้ว ตอนที่เขียนเรื่องเพื่อน เวลาเปลี่ยน นิสัยไม่เปลี่ยนน้า confused smile ขอบคุณมากๆค่าาา
@maytamatsuo surprised smile ขอบคุณที่แวะมาค่ะ

#3 By sugarcoatedhappiness on 2015-07-26 22:36

ติดตามอยู่จ้ะขนมหวาน
บอกวิธีทำด้วย
แต่ยอมรับดูภาพมากกว่าอ่านจนจบ
ว่าแต่เคยแวะมาหาเราบ้างเป่า

#2 By ปิยะ99 on 2015-07-26 20:15

ผู้หญิงที่ทำอาหารหรือขนมเป็น นี่น่ารักและน่าสนใจจริงๆconfused smile

#1 By Human on 2015-07-26 14:23