เผลอแป๊ปเดียวก็วันแม่อีกแล้ว คิดว่าหลายต่อหลายคนน่าจะกำลังหาของขวัญให้คุณแม่กันอยู่แน่ๆเลย วันแม่ปีนี้ เราอยู่กับแม่ค่ะ แม่มาหา เฮ!! 
เพื่อนๆมีแผนการพาคุณแม่ไปไหน หรือทำอะไรกันให้แม่บ้างคะ?
เรากำลังคิดว่า จะพาแม่ไปทานอะไรอร่อยๆ มื้อเที่ยง แล้วกลับมาทำอาหารกันที่คอนโดเล็กๆของเราในมื้อเย็นค่ะ 
 
สำหรับใครที่ยังไม่มีแผนการอะไร และอยากทำอะไรแบบ DIY ให้คุณแม่ วันนี้เรามีเมนูขนมพื้นฐานที่ทุกคนที่หัดทำเบเกอรี่ต้องเคยผ่านมันมาก่อน เมนูนี้ไม่ยากมาก ทำแล้วอร่อย ไม่ต้องพะวงในการแต่งหน้า แถมยังเก็บได้นาน ทำล่วงหน้าแล้วค่อยถือไปให้แม่ ก็ไม่ต้องกลัวละลายล้มคว่ำ คิดว่าหลายๆคนน่าจะถูกใจ แต่ถ้าใครไม่มีเตาอบ เราเคยลงสูตรขนมอื่นๆที่ไม่ใช้เตาอบหลายสูตร ตามไปดูได้ที่นี่เลยค่ะ
 
อย่างที่บอกไปในหลายบล็อคก่อนหน้านี้ว่า ตอนนี้ต้องเคลียร์ของในแพนทรี่ ตอนนี้ก็ยังคงเคลียร์กันไม่เสร็จสักที พอจะทำอะไรแล้วของขาด เราก็จะเสียนิสัยมาก คือ ไปหาเครื่องปรุงมาให้มันครบๆ จนคุณเพื่อนสนิทบอกว่า "ถ้าทำแบบนี้ แกไม่มีทางมีของน้อยลง แถมต้องทิ้งของมากขึ้นตอนย้ายบ้านแน่ๆ เมล่าเอ๊ยยย"
 
เราก็เลยตัดสินใจว่า เราหยิบของในตู้เย็นและตู้เก็บของออกมาดู มีอะไร ก็ใช้เท่านั้น และเผอิญว่า เรากำลังอยากกินเค้กเนยธรรมดาๆ แบบไม่แต่งหน้า เลยลองไปหาสูตรในเนตดู ว่ามีสูตรอะไรใหม่ๆ น่าทำบ้างไหม เพราะสูตรที่เราเคยทำมาหลายครั้งก่อนหน้านี้ เรายังไม่ชอบผิวสัมผัสเท่าไหร่ จนมาเจอ Plain Frozen butter cake สูตรคุณจ้ำจี้ อันเป็นที่เลื่องลือในพันทิป ทั้งในด้านความอร่อย และความ(แอบ) ยาก ว่ามีคนทำแล้วไม่ขึ้นบ้าง หยาบบ้าง แยกชั้นบ้าง
 
แต่พอตามไปดูสูตรต้นฉบับ (ตามไปดูได้ในบล็อกของคุณจ้ำจี้ ที่นี่ค่ะ) เราว่าคุณจ้ำจี้อธิบายเอาไว้ดีมากๆ แล้ว เลยพยายามอ่านอีกรอบ และตามไปอ่านพวก trouble shoot ตอนที่มีคนมาเม้นท์ว่ามีใครเจอปัญหาอะไร แล้วใครบอกว่าให้แก้ปัญหาได้ยังไงบ้าง 
ในบล็อคนี้เราเลยใช้สูตรของคุณจ้ำจี้ทั้งหมด แต่ในส่วนของวิธีทำ เราจะนำมาเขียนใหม่เป็นข้อๆให้อ่านง่าย เผื่อตัวเองกลับมาทำในรอบถัดไปนะคะ ถ้าใครสนใจสูตรต้นฉบับทั้งหมด เชิญได้ตามทั้งสองลิงค์ที่เราอ้างอิงไว้ด้านบนได้เลย
 
ขอบคุณคุณจ้ำจี้สำหรับสูตรดีๆ ด้วยค่ะ อร่อยมากกกกก สมคำร่ำลือ ไม่ผิดหวังจริงๆค่ะ
 
Plain Frozen Butter Cake สูตรคุณจ้ำจี้
สำหรับ 2 ปอนด์ 
 
ส่วนประกอบ
  • เนยเค็ม (เย็น) 150 กรัม
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา วันนี้เราไม่มีเนยเค็มเลยเพิ่มปริมาณเนยเป็น 1 ชช รสชาติออกมาโอเคค่ะ 
  • น้ำตาลทรายป่น 170 กรัม
  • ไข่ไก่ (เย็น)  3 ฟอง (เบอร์ 2) ถ้าไม่มีไข่เบอร์ 2 ให้ลองเทียบขนาดไข่ คงปริมาณไข่แดงไว้แล้วตักไข่ขาวออกหรือเพิ่มไข่ขาวเข้าไป เพราะความแตกต่างของไข่แต่ละขนาดอยู่ที่ปริมาณไข่ขาวค่ะ
  • แป้งเค้ก 170 กรัม
  • ผงฟู 2 ช้อนชา
  • วานิลา 2 ช้อนชา เราใช้วานิลลาแบบน้ำ 2 ชช 
  • นมสด (เย็น) 100 กรัม เราใช้นมสดธรรมดาแบบที่ดื่มกัน รสจืด แบบดั้งเดิม ในความเห็นเรา นมที่ใช้ในการทำขนม ไม่ควรเป็นนมพร่องมันเนยนะคะ ปริมาณไขมันที่ลดลง อาจมีผลต่อเนื้อขนมค่ะ

 

วิธีทำ 

  1. ร่อนแป้งเค้ก ผงฟู และวานิลลา​(ถ้าใช้แบบผง) 3 รอบ เพื่อให้ผงฟูกระจายตัว และลดการเกิดฟองเค้ก 
  2. นำเนยเย็นมาหั่นเป็นชิ้นผสมกับเกลือป่น การหั่นเนยให้เป็นชิ้นเล็กจะทุ่นแรงเครื่องตีไปพอสมควร ตีให้เนยเนียนเป็นเนื้อเดียวกันด้วยความเร็วต่ำ ไปหาสูง แต่อย่านานจนกระทั่งเนยเหลวนะคะ ให้เนียน ตั้งยอด 
  3. จากนั้น ค่อยๆใส่น้ำตาลลงไปทีละช้อน ตีด้วยความเร็วสูงให้เข้ากัน จนเป็นเนื้อครีมฟูเบา 
  4. นำไข่ตอกใส่ชาม หรือภาชนะที่เทได้ง่าย ตีให้ไข่เข้ากันเหมือนไข่เจียว ใส่วานิลลาแบบน้ำลงไป หลังจากนั้น ค่อยๆใส่ไข่ทีละน้อยลงไปในส่วนผสมเนยน้ำตาล อย่าเทลงไปพรวดเดียว เพราะไข่มีส่วนผสมของน้ำ ถ้าใส่ลงไปปริมาณมากๆ จะทำให้แยกตัวได้ ใส่ทีละน้อยแล้วตีด้วยความเร็วสูงจนเข้ากัน แล้วค่อยเทไข่ลงไปเพิ่มทีละน้อย ทำอย่างนี้จนกระทั่งไข่หมด จะได้ส่วนผสมที่ไม่แยกชั้นค่ะ  
    • คุณ จ้ำจี้บอกว่า ขั้นตอนข้อ 4 นี้สำคัญมากต่อความเนียนของเค้ก ถ้าทำแล้วส่วนผสมเนยกับไข่เป็นเนื้อเดียวกัน นี่ลางดีมาแล้ว ว่าเค้กจะกินได้
  5. วอร์มเตาอบที่ 160 c ไฟล่างค่ะ (เราไม่มี เราใช้ไฟบนอย่างเดียว เค้กด้านบนจะสีเข้มไปหน่อย ฮ่าๆๆ)
  6. แบ่งแป้งเป็น 3 ส่วน ใส่แป้ง 1 ส่วน ลงไปในส่วนผสม แล้วใช้ตะกร้อมือคน หรือ พายยางตะล่อมให้เข้ากันจนไม่เหลือเม็ดแป้ง อย่าคนนาน เค้กจะเหนียว แล้วใส่นมลงไป 1/3 ของที่เราเตรียมไว้ คนให้เข้ากัน ใส่สลับกัน แป้งนม แป้งนม แป้งนม ในแต่ละครั้งที่ใส่ส่วนผสม ให้คนจนเข้ากันดีก่อน แล้วจึงใส่ส่วนผสมถัดไป อย่าเทแป้งลงไปพรวดเดียวหมด เพราะจะทำให้เค้กเหนียว ส่วนนมเนี่ย มีน้ำอยู่ในส่วนประกอบ ถ้าใส่ลงไปพรวดเดียว อาจทำให้แยกชั้นได้
  7. พอส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี ให้เทลงในพิมพ์ฟอยล์ได้เลยโดยไม่ต้องเตรียมพิมพ์ (แต่ถ้าใช้พิมพ์เหล็กปกติ ให้ปูกระดาษไข และทาเนยขาว กันขนมติดพิมพ์นะคะ) ใส่ประมาณ 2/3 ของพิมพ์ ขนมจะฟูเต็มพิมพ์พอดี ส่วนตัวเรา เราชอบให้ขนมนูนๆ ขึ้นมาเลยใส่ไป 1/4 เราเพิ่มเติมจากสูตรคุณจ้ำจี้ด้วยการใช้ไม้ปลายแหลมลากวนในส่วนผสมขนมในพิมพ์เพื่อไล่ฟองอากาศ และเคาะพิมพ์กับโต๊ะอีก 2-3 ที
  8. นำเข้าอบประมาณ 50-55 นาที (ของเรา 55 นาทีพอดีค่ะ)
  9. รอให้เย็นตัวลง แล้วห่อด้วยฟิลม์ใส หรือฟอยล์ก่อนเข้าตู้เย็น (เราห่อด้วยฟิล์ม แล้วใช้ฟอยล์ห่ออีกรอบ เพื่อไม่ให้ขนมแห้ง จะแช่ในช่องเย็นธรรมดา หรือช่องแข็งก้อได้ คุณจ้ำจี้บอกว่า ควรแช่ประมาณ 2 อาทิตย์ในช่องแข็ง พอจะทาน ค่อยเอาออกมาวางในช่องธรรมดาให้เย็นตัวลง แต่ของเรานี่ 6 ชม เอาออกมา ชิมกันก็หายไปครึ่งถาดแล้ว อร่อยมากกกกก คงรอถึง 2 อาทิตย์ไม่ไหว ฮ่าๆ

เราแอบตัดทานไปหน่อยนึง ก่อนเอาเข้าตู้เย็น ถ้าทานที่อุณหภูมิห้องหลังอบ เค้กสูตรนี้จะเบาๆ นุ่มๆ แต่ยังไม่ได้รสเนยชัดเจนเท่าไหร่ พอเข้าช่องเย็นธรรมดา สัก 2-3 ชม จะได้เนื้อเค้กแน่นขึ้น และเริ่มได้กลิ่นเนยชัดเจนขึ้น แต่ถ้าถามเราว่าชอบสุดแบบไหน เราชอบแบบที่คุณจ้ำจี้แนะนำคือ ฟรีซไว้ แล้วพอจะทานเอาออกมาชิลล์ก่อนแป๊ปนึง จะได้กลิ่นและรสเนยแบบอารมณ์เค้ก S&P เลยค่ะ อร่อยมากๆจริงๆ 

ถ้าตัดหลังจากแช่เย็นแล้วจะได้เนื้อเค้กประมาณนี้ค่ะ

ถ้าใครไปหาในเนตจะเจอว่ามีคน trouble shoot ปัญหาหลักๆ เลยคือไข่ไม่เข้ากับส่วนผสมเนย batter แยกชั้น เราแนะนำให้เททีละน้อย แล้วตีด้วยความเร็วสูง จนกระทั่งเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วค่อยใส่ไข่ลงไปเพิ่ม ใช้ส่วนผสมทุกอย่างอุณหภูมิเท่ากัน เพื่อป้องกันการแยกชั้น ในกรณีนี้คุณจ้ำจี้ใช้เนยเย็น เราเลยใช้ไข่และนมเย็นจากตู้เย็น ต่างกับสูตรเค้กอย่างสปันจ์เค้กที่ใช้ทุกอย่างที่อุณหภูมิห้อง ถ้าใช้เนยอุณหภูมิห้องมาตี เนยอาจละลาย แล้วทำให้แยกชั้น ทำให้เค้กไม่เนียนนะคะ 

ลองทำดูกันนะคะ เราขอเป็นอีกหนึ่งเสียงที่ยืนยันว่า ถ้าทำได้แล้ว เค้กเนยสูตรคุณจ้ำจี้นี่อร่อยนุ่มชุ่มเนยมากจริงๆค่ะ ถ้าใครทำให้คุณแม่ ผู้ใหญ่น่าจะชอบ เพราะไม่หวานจนเกินไป และเค้กเนื้อละเอียด รสชาติอร่อย แบบที่กินได้ทุกเพศทุกวัยไม่มีเลี่ยน :D

สุขสันต์วันแม่สำหรับมนุษย์แม่ทุกคน และสำหรับมนุษย์ลูกทุกคน อย่าลืมบอกรักคุณแม่ นะคะ 

Happy Mother's Day ค่ะ 

อีกช่องช่องทางในการติดตาม: ความสุขเคลือบน้ำตาล 

Instagram: sugarcoated_happiness

เขียนมาคุยกับเมล่าที่: mela.sugarcoatedhappiness@gmail.com

edit @ 15 Aug 2015 18:24:49 by sugarcoatedhappiness

edit @ 23 Aug 2015 05:22:46 by sugarcoatedhappiness

Comment

Comment:

Tweet