สวัสดีค่ะ 

ห่างหน้าหายตากันไปนานเกือบเดือน เพราะตอนนี้เรากำลังอบรมอยู่ เลยค่อนข้างจะยุ่ง วุ่นวาย ชีพจรลงเท้าตลอดเวลา วันนี้สบโอกาสดีวันอาทิตย์นี้ ซึ่งเราไม่ได้ไปไหน เลยถือโอกาสเอาเรื่องที่เราได้จากการที่ที่ทำงานเราจัดอบรม มาแบ่งปันเพื่อนๆ 

เชื่อว่าหลายคนเวลาไปรับประทานอาหารฝรั่งตามโรงแรม ไม่ว่าจะไปเองก็ดี หรือถูกเชิญไปงานเลี้ยงก็ดี มักจะเกิดข้อสงสัย ในบรรดาเครื่องถ้วย แก้ว จานชาม และช้อนส้อมมากมายมหาศาลที่นั่งอยู่บนโต๊ะ บางคนก็นั่งเกร็งกันจนกินไม่อร่อย บางคนก็ใช้สลับมั่วกันไปหมด 

หลังจากไปอบรมมากับ ดร. สันทัด ศะศิวณิช เราเลยขอนำเอาประสบการณ์คร่าวๆจากโน้ตของเรา และบางส่วนจากเอกสารในการอบรมมาเล่าสู่กันฟังนะคะ เพราะเราเองก็ไม่ใช่กูรู การเขียน entry นี้ เลยเป็นการทบทวน และถือเป็นการแบ่งปันประสบการณ์ละกัน

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า ช้อนส้อมมากมายมหาศาล แถมเมนูตรงกลางโต๊ะ จานหนมปัง และแก้วอีกสามสี่ใบนี่คงชวนพิศวงสำหรับคนที่ไม่คุ้นอยู่ไม่น้อย 

หลายคนดั๊นเอาจานขนมปังของคนข้างๆ มาไว้กับตัวเองบ้าง หลายคนเอาช้อนกินขนมมาทานซุปหน้าตาเฉย 

ต่อไปนี้เราจะไม่เปิ่นแบบเดิมๆแล้วค่ะ 

กินยังไงในงานเลี้ยงแบบฝรั่ง?

นอกจากมารยาทในการรับประทานอาหารโดยทั่วไป ที่เราเชื่อว่าเพื่อนๆทุกคนใน exteen ต่างก็ทราบกันดีแล้ว เช่นไม่ทานมูมมาม มาถึงก่อนเวลาอาหาร หรือก่อนเวลาเข้าโต๊ะอาหารเล็กน้อย เพราะโดยมากแล้ว ในงานเลี้ยงที่เป็นแบบพิธีการ มักจะมีงาน reception ที่เป็นอาหารพวก fingerfoods กับเครื่องดื่ม ให้แขกเหรื่อได้สนทนากันก่อนจะเข้าโต๊ะอาหาร ควรมาให้ทันเวลาเข้าโต๊ะค่ะ

เกิดอะไรขึ้นเพื่อพนักงานเอาอาหารมาเสิร์ฟ? 

โดยปกติอาหารจะถูกเสิร์ฟทางซ้ายมือของเรานะคะ ถ้ามาเป็นจานสำเร็จแล้วพนักงานวางลงบนโต๊ะเลย นั่นไม่ใช่ปัญหาค่ะ

ที่มาภาพ http://www.bizbash.com/content/editorial/StoryPhoto/big/e16634image9.jpg

ปัญหาที่หลายคนอาจจะสับสน จะเกิดเมื่อมีการบริการแบบ french service คือพนักงานเอาถาดสีเงินขนาดใหญ่มาพร้อมอาหาร ให้เราได้ตักอาหารจากถาดลงจานตัวเราเอง ในกรณีนี้มีหลักการง่ายๆคือ

  • ถ้าอาหารมาเป็นชิ้นใหญ่ๆ กะดูว่าประมาณคนละชิ้น ให้ตักเพียงชิ้นเดียว
  • ถ้าอาหารไม่ได้มาเป็นชิ้นใหญ่ เช่นกรณีเป็นไส้กรอกอบขนาดเล็ก หรือเป็นสลัด ให้ตักเอาแต่พอดี อย่าตักมากจนทานไม่ไหว อย่าลืมว่า งานเลี้ยงในระดับนี้ เราจะทานกันหลายคอร์สมาก และเราต้องนั่งทานกันจนถึงคอร์สสุดท้ายนะคะ 
  • ให้ตักแต่สิ่งที่เราจะทาน และจัดวางให้สวยงาม ราดน้ำซอสลงบนเนื้อ อย่าราดบนผัก หรือมันบดจะได้ดูไม่เลอะเทอะ

สุดท้ายแล้ว เมื่อตักเรียบร้อยให้นำช้อนส้อมวางกลับลงบนถาดนะคะ

นอกจากนี้การทานแบบฝรั่ง ต่างคนจะมีจานตรงหน้า จะไม่เหมือนกับการทานเป็นวงร่วมกันแบบไทยๆ เพราะฉะนั้นแล้ว ไม่ต้องตักอาหารให้กับผู้ที่นั่งข้างๆ อาจจะช่วยเลื่อนพริกไทยเกลือ หรือจานได้ค่ะ แต่ไม่ควรตักอาหารใส่จานอีกฝ่าย เหมือนเวลาเราตักกับข้าวให้เพื่อนในวงข้าวแบบไทยนะคะ 

จานใบไหนของเรา และใช้ช้อนส้อมอันไหนก่อนนะคะ 

เพราะหลักการง่ายๆ ในการดูว่าจานใบไหน และแก้วใบไหนของเรา คือ BMW (ไม่ใช่รถนะ ฮ่าๆๆ) นั่นคือ Bread (ขนมปัง) ทางซ้าย,  Meal (อาหาร) ตรงกลาง และ Wine (ไวน์) ทางขวา ตามภาพเลยค่ะ

 

ที่มาภาพ google.com

จะเห็นว่าหลักการ BMW นี่เหมือนตามรูปเป๊ะๆ ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงแบบทางการ (formal) หรือไม่เป็นทางการ (informal)

แต่ถ้าถามว่าช้อนมากมายนั้นอะไรอยู่ใช้ก่อน ก็ต้องบอกว่า หลักการคือ ใช้จากนอกเข้าใน ใช้อันทีห่่างจากตัวเราก่อนค่ะ และที่สำคัญที่สุด โดยปกติแล้วถ้าไม่ใช่ซุป ฝรั่งจะไม่ใช้ช้อนรับประทานอาหาร ถ้าเห็นช้อนด้านบนจาน นั่นไม่ใช่ช้อนส้อม แต่ชื่อช้อนขนม ระวังอย่าใช้ช้อนผิดนะคะ

ว่าด้วยเรื่องไวน์ 

ไวน์เป็นเครื่องดื่มที่ขาดไม่ได้ในงานเลี้ยงรับรองแบบตะวันตกค่ะ ถ้าไม่ดื่มไวน์ เราสามารถปฏิเสธได้ด้วยการใช้นิ้วแตะขอบแก้วไวน์เบาๆ ขณะที่มีการนำไวน์มาเสิร์ฟ แบบนี้คนเสิร์ฟจะรู้เองค่ะ ว่าเราไม่รับ แต่ถ้าจะมีการ toast หรือดื่มอวยพร เราอาจรับไวน์มา ทำท่าจิบ (แต่ไม่ต้องดื่ม)นะคะ 

ปกติแล้ว ในงานเลี้ยงแบบฝรั่ง จะมีการจัด wine pairing คือจับคู่ไวน์กับอาหารที่เราจะทานอยู่แล้ว 

แต่บางทีเราอยากจะทานอาหารโก้ๆ ตามร้านอาหารฝรั่งหรูๆ พอจะเลือกไวน์ทีก็อาจจะสับสนว่า "เอ๋ ชั้นกินไวน์อะไรดีนะจึงจะเข้าคู่กับอาหารที่ชั้นกำลังจะทาน" นี่คือหลักการง่ายๆค่ะ อาหารสีอะไร ไวน์สีนั้น หมายความว่า เนื้อแดง เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู ใช้ไวน์แดง ส่วนไก่และอาหารทะเลใช้ไวน์ขาว

ส่วนหลักการที่ละเอียดขึ้นมาอีกนิดก็มีดังต่อไปนี้ค่ะ1

  • ซุปใช้เหล้าเชอร์รี่
  • หอย ปลา ปู กุ้ง ใช้ไวน์ขาวที่ไม่มีรสหวาน หรือหวานเล็กน้อย (sec)
  • เนื้อแดงและนกป่า ใช้ไวน์แดงเข้มข้น เช่นไวน์เบอร์กันดี
  • เนื้อหมู เนื้อลูกวัว และเนื้อสีอ่อนอื่นๆ ใช้ไวน์แดงที่รสอ่อนลงมา เช่นไวน์บอร์โด
  • เนื้อสีขาว เช่น ไก่ ใช้ไวน์ขาวรสหวาน (fruity) ไวน์แดงรสอ่อน หรือ ไวน์ชมพู (rosé)
  • เนยแข็ง ใช้ไวน์แดง จะดีที่สุดถ้าใช้พอร์ตไวน์
  • ของหวาน ใช้พอร์ตไวน์ ไวน์ขาวชนิดหวาน หรือแชมเปญ
  • ไวน์สีชมพู ใช้กับอาหารทั่วไป ที่ใช้ไวน์ขาวและแดงได้

 

ภาพจาก morebrainpoints.blogspot.com 

ไวน์แบบไหนเสิร์ฟเย็น ไวน์แบบไหนเสิร์ฟอุณหภูมิห้อง

ไวน์ขาว ไวน์ชมพู และแชมเปญดื่มแบบเย็น แต่ต้องแช่เย็นมานะคะ ห้ามใส่น้ำแข็งเด็ดขาด

ไวน์แดง และพอร์ตไวน์เสิร์ฟอุณหภูมิห้องค่ะ 

อีกหนึ่งปัญหาโลกแตก เวลาสั่งไวน์ขวดมาทาน ก็คือ ทางร้านจะนำไวน์มาให้เราชิมก่อนค่ะ บางคนก็ไม่รู้หรอกค่ะ (รวมถึงเราด้วย) ว่าไวน์ดี ไม่ดี ได้แต่พยักหน้าหงึกหงักๆ อืมๆๆ ดีๆ กันไป แต่จะรู้ได้ยังไงว่าไวน์เสียคะ?? 

ไวน์แดง จะเสีย เมื่อมีรสเปรี้ยว 

ส่วนไวน์ขาวจะเสียเมื่อมีตะกอนติดแก้วค่ะ

ง่ายๆแบบนี้เลย อย่างน้อย ต่อให้ไม่รู้ว่าอร่อยไหม อย่าเอาไวน์เสียมากิน น่าจะใช้ได้อยู่เนอะ :P

เรื่องท้ายที่สุดสำหรับ การเสิร์ฟไวน์หลักสูตรเบื้องต้นและแสนเร่งรัดของเราในวันนี้ เห็นจะเป็นการเสิร์ฟไวน์ด้วยคนโทค่ะ ปกติแล้วไวน์แดง และพอร์ตไวน์ใช้คนโทบริการได้ ไวน์ขาว ไวน์ชมพูนิยมเสิร์ฟจากขวด เพราะต้องไปแช่เย็นมา ส่วนเครื่องดื่มที่มีแก้ส เช่นแชมเปญ เสิร์ฟโดยตรงจากขวดเสมอนะคะ เพราะถ้าถ่ายภาชนะไปมา แก้สจะหายหมด เหมือนเวลาเรากินโค้กอ่ะแหละค่ะ

ตบท้ายมืออาหารด้วยกาแฟหรือชา 

ตามปกติแล้วหลังจากทานอาหาร และขนมเสร็จงานเลี้ยงแบบฝรั่งมักจะมีชา กาแฟไว้บริการ ฉุดรั้งหนังตาของเราๆ ไม่ให้หลับซะก่อน จะได้คุยกันต่อเต็มที่นะคะ ชากาแฟส่วนใหญ่จะเสิร์ฟมาในถ้วย จะมีนมกับน้ำตาลแยกไว้ต่างหากให้เราบริการตัวเอง จะได้ตรงกับรสนิยมของแต่ละคนค่ะ อย่าได้สั่ง "กาแฟดำ กาแฟหนึ่งช้อน น้ำตาลสองช้อน คอฟฟี่เมตค่ะน้อง" เด็ดขาดเชียววว 

เมื่อเติมน้ำตาลนมเรียบร้อยแล้ว คนด้วยช้อนกาแฟให้เรียบร้อย แล้ววางช้อนลงบนจานรอง ก่อนจะเริ่มดื่มนะคะ 

ภาพจาก downrightdomestic.com

จริงๆแล้ว ระเบียบแบบพิธี (protocol) ในการรับประทานอาหารและการจัดเลี้ยงยังมีเรื่องยิบย่อย อีกสารพัด ไม่ว่าจะเป็นการจัดโต๊ะ ป้ายชื่อ การเชิญแขก รวมไปถึงมรรยาทการทานอาหารแบบจีน บางทีในแต่ละประเทศก็มีวัฒนธรรมการทานต่างกันไปค่ะ 

เอ็นทรี่นี้ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นอะไรที่แบเบาะมาก แต่ก็หวังว่าจะจุดประกายให้กับเพื่อนๆที่สนใจในเรื่องแบบพิธีมากขึ้นนะคะ ไม่ใช่แต่กินเข้าไป แต่ต้องเข้าใจและกินอย่างมีวัฒนธรรมเนอะ :D หวังว่าอีกหน่อย ถ้าเพื่อนๆคนไหนถูกลูกค้าเชิญกินข้าว หรือต้องไปงานเลี้ยงแบบพิธีอย่างตะวันตก คงจะไปและกินอย่างมีความสุขมากขึ้นนะคะ

สำหรับใครที่อยากรู้อะไรเพิ่มเติม หรือคิดว่า ส่วนไหนเราเขียนแล้วงงๆไปหน่อย ก็อย่าลืม comment กันไว้น้า ขอโทษที่หายไปนาน แต่เอ็นทรี่ก็ตั้งใจเขียนจริงๆนะ เขียนอยู่หลายวันเชียว พยายามเอาเรื่องหลักๆ ที่คิดว่าคนส่วนใหญ่สนใจก่อน ฮ่าๆ ให้กำลังใจ blogger คนนี้ด้วยละกันนะคะ 

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ 

เจอกันใหม่ครั้งหน้าค่ะ 

อีกช่องทางในการติดต่อกับเมล่าที่: ความสุขเคลือบน้ำตาล
email มาคุยกันได้ที่: mela.sugarcoatedhappiness@gmail.com
และ instagram sugarcoated_happiness ค่ะ

 

1 เรียบเรียงจากคู่มือมรรยาทบนโต๊ะอาหาร โดยอาจารย์สันทัด ศะศิวณิช

 

edit @ 13 Nov 2015 22:35:57 by sugarcoatedhappiness

Comment

Comment:

Tweet